Sign In

SIP Tea Talk 3 – ฮีโร่เยาวชนเพื่อท้องถิ่น: รับฟัง บ่มเพาะ ปลุกปั้นพลังเยาวชนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

SIP Tea Talk 3 – ฮีโร่เยาวชนเพื่อท้องถิ่น: รับฟัง บ่มเพาะ ปลุกปั้นพลังเยาวชนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

Category:

Product Description

สรุปสาระสำคัญ SIP Tea Talk 3 – ฮีโร่เยาวชนเพื่อท้องถิ่น: รับฟัง บ่มเพาะ ปลุกปั้นพลังเยาวชนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง 

Youth Change Agents: ประสบการณ์จากการบ่มเพาะนวัตกรรมเยาวชนเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

ณิชกานต์ ธรมธัช (กาเด้) เจ้าหน้าที่ด้านการพัฒนาเยาวชนและนวัตกรรมทางสังคม UNDP

ทำงานเยาวชนกับ UNDP มา 5 ปีแล้ว ช่วงแรกคือ โฟกัสการบ่มเพาะเยาวชนในเรื่องของการเสริมพลังว่าเค้าเป็นที่ต้องการ มีศักยภาพ จึงเน้นเสริมทักษะในการมองปัญหารอบตัว ให้เห็นทิศทางในการดำเนินงานพัฒนา แล้วทำประเด็นที่สนใจให้ชัด ว่าเค้าทำงานกับปัญหาอะไรได้บ้าง ตามด้วยการสร้างความสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ พูดคุยกับคนที่เกี่ยวข้อง สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่มีส่วนร่วมเข้ามาทำงานด้วย เช่น ปัญหาของระบบอาหารในช่วง COVID โดยไปลงตลาดแล้วกลับมาคุยกัน ผ่านการสังเกตนวัตกรรมที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ ให้เกิดความภูมิใจในภูมิปัญญาในพื้นที่ เสริมทักษะการเรียนรู้ โดยมีเทศบาลสนับสนุน แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ บ่มเพาะสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกัน

ฟังเสียงของเยาวชน เพื่อออกแบบนโยบายสุขภาพจิต

พงศ์ปณต ดีคง ผู้ช่วยด้านนวัตกรรมสังคมและนโยบาย Thailand Policy Lab ความท้าทายในการดึงเยาวชนเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงก็คือการแปลงไปสู่นโยบาย

การนำเสียงจากเยาวชนไปสู่ผู้มีอำนาจที่ตอบความต้องการจริงๆของเยาวชน ออกไปจากการถูกกดไว้ กระบวนการในการฟังเสียงของปัญหาจากเยาวชน ที่ไม่ใช่แค่เด็กต้องฟังผู้ใหญ่     ยิ่งช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์ในสองปีที่ผ่านมาความเครียดของเยาวชนสูงขึ้นมาม ปัญหาที่เก็บข้อมูลขึ้นมา พบสามปัญหาหลักคือ 1) ปัญหาการศึกษา 2) สุขภาพจิตของเยาวชน 3) ความหลากหลายทางเพศ ที่ต้องหานโยบายมาแก้ไข โดยนโยบายที่ชัดเจนมาจากการใช้ Social listening ที่ใช้ keyword พิจารณาสิ่งที่คนพูดถึง ขั้นถัดมาทำ Policy Hackathon หาวิธีป้องกัน และการสนับสนุนให้เกิดความเข้าใจในปัญหา สุดท้าย Future Learning ว่าจะใช้เครื่องมือต่างๆออกแบบวิธีแก้ปัญหาอย่างไร ด้วยการสร้างสรรค์จากเยาวชนโดยตรง

Youth UX: co-creation network for youth development

Roger Warnock, Youth UX, Zano Collective Founder

แพลตฟอร์ม Youth UX ทำโดยคนรุ่นใหม่เพื่อคนรุ่นใหม่สำหรับฟังเสียงจากเยาวชน ไปสู่ผู้รับฟังเชิงนโยบาย อย่างตัวอย่างในยูกันดา ข้อมูลที่นำเข้า มี Dashboard ปัญหาที่เจอ สิ่งที่ทำให้เครียด ความกังวลเกี่ยวกับอนาคต การขาดโอกาส การจ้างงาน การอยากฆ่าตัวตาย ผู้ใช้มีสิทธิ์ที่จะเขียนตอบทั้งความคิดเห็นที่เป็นบวกและเป็นลบ ในระดับโลกแล้ว 79% เยาวชนนั้นห่วงอนาคต 72% ห่วงสุขภาพจิต 74% สนใจเรื่อง social innovator 66% สนใจเรื่องการเมือง เป็นแพลตฟอร์มสำหรับสะท้อนความสนใจจากเยาวชนในมุมต่างๆ มาออกแบบนโยบาย

คนรุ่นใหม่ที่ทำงานด้วยมีการทำงานเป็นทีมในการพัฒนาเนื้อหา ในการนำเสนอไอเดียและระดมความคิดขึ้นมา สิ่งหลักที่แพลตฟอร์มนี้ทำคือ ชุมนของเยาวชนที่อยากเป็นนวัตกร และมีกลุ่มแยกย่อยที่สนใจเรื่องสังคม สิ่งแวดล้อม เครื่องมือนี้เป็นพื้นที่ที่ทำให้เยาวชนที่มีความหลากหลายทั่วโลกมาเชื่อมต่อกัน สามารถดูได้ว่าใครอยู่ใกล้เราแล้วเชื่อมต่อกัน ใช้เครื่องมือนี้นำความรู้ ใช้เสียง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

การเคลื่อนไหวของเยาวชนในปัจจุบันมันเริ่มจากจุดเล็กๆแต่รวมกันโดยใช้ข้อมูลที่แชร์กันระดับใหญ่ ด้วยระบบข้อมูลปัจจุบันมันทำให้เกิดการปรับตัว และส่งเสียงไปยังผู้กำหนดนโยบายได้มากขึ้น ส่วนวิธีที่จะทำให้ผู้กำหนดนโยบายได้ยินเสียงและเชื่อก็คือ การมีตัวกลาง ที่เชื่อมสภาเด็กจากพื้นที่ในระดับเทศบาล การทำงานตาม SDG วางแผลร่วมกันแล้วทำโครงการกับท้องถิ่น ในการผลักดันเสียงจากคนรุ่นใหม่ มีการทำ SandBox และ Accelerator ตัวเร่ง นวัตกรรมที่ถูกคิดออกมา จะได้รับทุนก้อนเล็กๆจากรัฐบาลท้องถิ่น แนะนำให้รู้จักกับองค์กรที่ทำงาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มีรางวัลให้สำหรับคนที่ทำไอเดียขึ้นมา

ส่วนการผลักดันไอเดียที่ถูกสร้างขึ้นมาให้้ภาครัฐนำไปใช้ก็คือ กระบวนการ co-production ที่รัฐบาลมองเห็นได้เป็นแรงสะท้อนส่งไป ให้โครงการ align กับรัฐบาล ไม่ใช่เสียงลอยๆว่ามีความต้องการ เช่น เสียงปัญหาสุขภาพจิตจากการเรียนออนไลน์ที่ใช้ Social listening ประมวลออกมา ว่าเป็นปัญหาสำคัญจริงๆ เป็นข้อมูล Real-time ที่เชื่อถือได้และตรงกับสถานการณ์ ตัวกลางสำคัญมากในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยทั้งสองฝั่ง ไม่ทำให้เยาวชนใช้อารมณ์เป็นใหญ่ จนอีกฝั่งรู้สึกว่าถูกคุกคาม ความยากของ policy innovation มันไม่เหมือน Social innovation ที่ลองทำได้เลย เพราะ Policy มันต้องทดสอบกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องเลย รอยต่อตรงนี้มันคือการทดลองว่ามันเวิร์คหรือไม่ ถ้ามันเวิร์คกระทรวงก็จะรับไปทำนโยบายต่อ จัดเป็นการสร้างวัฒนธรรมการรับฟังเยาวชนโดยไม่ตัดสิน มันเป็นการเสริมสร้างกระบวนการความคิดแก่คนที่ต้องมาทำงานต่อในอนาคต

การใช้ประเด็นเป็นตัวเชื่อม แพลตฟอร์มนี้น่าจะเข้าไปเชื่อมโยงการทำงานระดับพื้นที่และระดับโลก ได้โดยเข้ามาร่วมใน movement ในระยะสั้น สำหรับการเคลื่อนไหวในระดับพื้นที่ มันต้องเริ่มจากการสร้างพื้นที่ปลอดภัยอย่างที่ UNDP ทำ มีความพยายามในการสร้าง Node ระดับพื้นที่ให้เทศบาลทำงานได้กับเยาวชน หรืออย่างพื้นที่ TKpark เป็นพื้นที่การเรียนรู้ ที่เดินเข้ามาได้เลย มีการเริ่มทำพื้นที่บ่มเพาะกับเยาวชนแล้ว

ปัญหาความเครียดจากการเรียนออนไลน์ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หน้าจอ แต่มันอยู่ที่หลักสูตรที่ยังเป็นแบบเดิม ระยะเวลาการเรียนเท่าเดิม สอนแบบเดิม และไม่สามารถเปิดกล้องได้ หลักสูตรมันควรเป็น competency base เพื่อการเอาไปใช้จริงที่เอาไปใช้ได้ มันจะไม่ได้เรียนหนักแต่ใช้ได้จริง อีกสิ่งคือ สมรรถภาพครู ที่ไม่ปรับตัว ถ้าแก้จุดนี้มันจะป้องกันได้ ส่วนการสนับสนุนครอบครัวต้องเข้าใจสภาพที่ลูกเผชิญอยู่ และการช่วยเหลือบุคคลากรต้องให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาที่แท้จริง ในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้มีครูที่ให้ความรู้ ให้ความช่วยเหลือ และมีพ่อแม่ที่เข้าใจ

การสร้างพื้นที่ปลอดภัยแบบของ YouthUX สำหรับประเทศไทย มีคำแนะนำคือ การสำรวจข้อมูลควรทำแบบนิรนาม การเก็บข้อมูลต้องทำให้รู้สึกปลอดภัย การฟังความคิดเห็นต้องพิจารณาด้วยว่าเรื่องไหนที่ทำให้ไม่สบายใจ สิ่งไหนที่พยายามจะล้างสมอง การร่วมสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี คนรุ่นใหม่นั้นปรับตัวง่าย การแสดงความคิดเห็นแบบนิรนามจะทำให้ไอเดียดีๆและการสะท้อนปัญหา การเรียนรู้ร่วมกันก็ทำได้สะดวกขึ้นด้วย เพราะเค้าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการเรียนรู้กับคนอื่น ได้ลองลงมือทำผ่านการเคารพกัน

Youth UX

นโยบายสุขภาพจิตเพื่อเยาวชนโดยเยาวชน Thailand Policy Lab

UNDP’s Youth Co: Lab

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ กรุณาศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และกดยอมรับ/allow

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save